สำรวจตลาดราคาไข่ไก่พุ่งสูง เหตุจากพิษโควิด จังหวัดสีแดงเข้มรับผลกระทบจากการขนส่ง

นครราชสีมา – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศารุมภ์ โหม่งสูงเนิน พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายไข่ไก่  ภายในตลาดสุรนารี ตลาดย่าโม  และห้างแม็คโคร สาขาหัวทะเล พบว่า ภาวะราคาจำหน่ายปลีกมีการปรับตัวสูงขึ้น แผงละ 10-20 บาท ต่อแผง

สาเหตุมาจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ฟาร์มผู้ผลิตส่วนใหญ่ที่ส่งไข่ไก่มาจากพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราส่งไข่ไก่ได้น้อยกว่าเดิมประมาณร้อยละ 20-30 เปอร์เซ็นต์  แต่ยังคงเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ผลผลิตออกน้อย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนไม่เอื้ออำนวยต่อการออกไข่  ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อโดยซื้อปริมาณเพิ่มขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการออกมาสถานที่เสี่ยง  และในช่วงต้นเดือนที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชนก็จะเลือกซื้อสินค้าไข่ไก่มากกว่าปกติ

ประกอบในช่วงแรกที่มีการประกาศให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ทำให้การขนส่งไม่คล่องตัว เนื่องจากพนักงานขับรถเมื่อไปสถานที่เสี่ยงและกลับจากส่งสินค้าแล้วจะมีมาตรการกักตัวเพื่อสังเกตอาการ แต่ปัจจุบันได้มีการผ่อนคลายมาตรการโดยสามารถใช้ชุดตรวจโควิด-19 ด้วยตนเองได้ จึงทำให้การขนส่งสะดวกขึ้น

นายศารุมภ์  โหม่งสูงเนิน  พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา  กล่าวว่า  การลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ประกอบการ มีการกักตุนไข่ไก่ รวมทั้งมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาไข่ไก่เอาเปรียบประชาชนหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบไม่พบว่าผู้ประกอบการกระทำผิด ซึ่งผู้ประกอบการเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีผู้

ประกอบการรายใดฉวยโอกาสขึ้นราคา กักตุนสินค้า  ก็จะดำเนินคดีตามมาตรา 29 และมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับสำหรับราคาจำหน่ายปลีกไข่ไก่ ณ ปัจจุบัน มีดังนี้  เบอร์ 0  ราคา 110-120  บาท/แผง  เบอร์ 1 ราคา 108-110  บาท/แผง   เบอร์ 2

ราคา 102-109  บาท/แผง   เบอร์ 3 ราคา 99-106 บาท/แผง   เบอร์ 4 ราคา 93-97 บาท/แผง   ทั้งนี้ หากผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือพบเห็นผู้ประกอบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าสามารถแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาโทรสายด่วน 1569

 

เกิน 2 หมื่นอีกวัน! โควิดวันนี้ ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 21,038 ราย เสียชีวิตอีก 207 ราย

วันนี้ (11 ส.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 21,038 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อใหม่ 20,865 ราย และผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 173 ราย ยอดติดเชื้อรวมระลอกเมษายน 788,126 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 816,989 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 207 ราย เสียชีวิตสะสม 6,774 ราย หายป่วยเพิ่ม 22,012 ราย
หายป่วยสะสมระลอกเมษายน 572,726 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 210,042 ราย

รายละเอียดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 21,038 ราย มีดังนี้

1.ผู้ป่วยรายใหม่ จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 16,464 ราย

2.ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 4,382 ราย

3.จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 173 ราย

4.เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State Quarantine 19 ราย

รายละเอียดผู้เสียชีวิต ทั้ง 207 ราย มีดังนี้

ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 8 สิงหาคม 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 21,717,954 โดส

วันที่ 10 สิงหาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน

  • เข็มที่ 1 : 364,685 ราย
  • เข็มที่ 2 : 125,685 ราย
  • เข็มที่ 3 : 56,474 ราย

สมัยก่อนผู้บังคับการกองปราบฯ ลั่น รับไม่ได้มองเห็นคลิป คฝ.กระทืบสามัญชนมือเปล่า

ร้านพวงหรีด ดอกไม้สด aorest เสนอข่าว  วันนี้ (11 ส.ค. 64) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ อดีตผู้บังคับการกองปราบปรามแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ต่อการบริหารจัดการผู้ชุมนุมช่วงที่ผ่านมาว่า หลังได้เห็นคลิปวิดีโอ ตำรวจกองกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) กรูกันเข้ารุมกระทืบประชาชนมือเปล่าแล้วรับไม่ได้จริงๆ และ อีกคลิปที่ตะโกนสั่งด้วยอารมณ์เดือดดาลให้นักข่าวมาเก็บภาพตำรวจที่โดนยิงอ้างว่าประชาชนทำนั้นแย่มาก สื่อมวลชนทำหน้าที่ของเขาตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ ต้องไม่ก้าวก่ายกัน ถามตัวเองก่อน เราตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรมตำรวจ ตามหลักสากลที่นานาอารยประเทศเขาทำกันแล้วหรือยัง

นอกจากนี้ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ยังระบุว่า การชุมนุม ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมที่กระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ยิ่งย่อมเป็นสิทธิอันพึงมีของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่มีกฎหมายใดที่จะมาห้ามการชุมนุมดังกล่าว ถึงแม้รัฐเองจะอ้าง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.ใดๆ ก็ตาม แต่รัฐจะต้องใช้ในการควบคุมเท่านั้นมิใช่ใช้ในการปราบปราม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบ จะต้องอำนวยความสะดวก และจัดให้มีพื้นที่การชุมนุม ตามที่ผู้ชุมนุมร้องขอ จากเหตุการณ์หรือคำร้องต่างๆ ซึ่งความผิดถ้าจะมี ก็คือต้องเกิดจากการที่การชุมนุมนั้นไม่เป็นอย่างที่ขอ

“แต่ในการชุมนุม 2 ครั้งล่าสุด เรากลับพบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้มาตรการหนัก ห้ามไม่ให้เกิดการชุมนุมโดยเด็ดขาด กองกำลังควบคุมฝูงชนของรัฐได้ใช้ยุทธวิธีตำรวจเปิดฉากปิดและยึดคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือสารพัด ยิ่งในการสลายผู้ชุมนุม ก็มีอาวุธปืนลูกยาง ปืนยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งใช้อย่างผิดหลักสากล มิหนำซ้ำยังเปิดฝ่ายเปิดฉากยั่วยุให้มวลชนปะทะ นี่คือความผิดพลาดอย่างยิ่งของการทำหน้าที่ตำรวจ

 

“เท่าที่ติดตามการชุมนุม ผมได้พบว่า ตำรวจจะทำเพียงการประกาศเตือนว่าผู้ชุมนุมได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายและจะมีการปราบปรามจับกุม จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการทันที โดยที่มิได้มีการเข้าเจรจาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมในรูปแบบอื่น กรณีดังกล่าวนี้ ในฐานะที่เคยเป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้ควบคุมฝูงชนมาก่อน ตลอดจนเคยเป็นผู้ฝึกสอนในวิชาดังกล่าวด้วย เห็นว่าเป็นการลัดขั้นตอนการปฏิบัติของชุดควบคุมฝูงชน มิได้ดำเนินการจากเบาไปสู่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อันน่าจะขัดต่อหลักการสากล ตลอดจนในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย”

พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุอีกว่า การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธคือหลักการพื้นฐานที่ทั่วทั้งโลกมีให้การรับรอง และประชาชนผู้มาชุมนุมนั้นบริสุทธิ์ เป็นผู้ทรงสิทธิ นี่คือหลักแรกที่รัฐจะต้องเข้าใจและบริการอำนวยการจัดการ หากรัฐบาลจะยังใช้อำนาจในการจัดการกับการชุมนุมที่เห็นต่างและทุกข์ร้อนจากการบริหารจัดการของรัฐ ตำรวจควรจะต้องดูแลผู้ชุมนุมเพื่อตอบสนองความต้องการในข้อเรียกร้องและมีการเจรจาเท่านั้น แต่ที่ผ่านมามิได้กระทำตามตามนั้น เช่นที่ปรากฏ ทั้ง 2 ครั้ง กลับใช้ความรุนแรงด้วยการมีอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าเข้าปราบปรามโดยอ้างว่าชอบธรรม และเหตุเช่นนี้เองที่จะทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งมาด้วยความบริสุทธิ์ระบายอารมณ์ และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ดังที่ปรากฏ เช่น ป้ายสีชื่อองค์กร การเผาตู้ยาม และอาจจะถึงการเผาสถานีตำรวจอย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา และอันนี้ถือได้ว่า เป็นการทำลายประเทศชาติด้วยน้ำมือของรัฐบาลเองใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เผาทรัพย์สินของทางราชการที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลเองโดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรจะดำเนินการสืบสวนให้ได้ความแน่ชัด ว่ากลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวเป็นใครกันแน่ เพราะการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ มิใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญอย่างแน่นอน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สามารถเรียนรู้ได้ว่า ผู้กระทำการที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จะให้เกิดเหตุการณ์อย่างไรเกิดขึ้น นี่ยังไม่นับการตอบโต้กลับของผู้ชุมนุมจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว และในการหากลุ่มผู้กระทำผิดก็ต้องแยกให้ชัดในสองเหตุนี้ด้วย

 

“ในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจผู้เคยปฏิบัติงาน เห็นว่าจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรที่จะทบทวนการทำงานให้เป็นไปด้วยหลักการสากล การใช้ข้อกฏหมายระเบียบที่ชอบด้วยกฏหมาย หลักสิทธิมนุษยชนรวมถึงมนุษยธรรม โดยต้องเจรจาก่อนเป็นสำคัญ จะได้รู้ความต้องการของประชาชน อันเป็นผู้ทรงสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องบริการ

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปตำรวจขนานใหญ่ ให้เป็นตำรวจที่มีหัวใจประชาธิปไตย อำนวยความสะดวกให้ประชาชน มิใช่ขัดขวางสิทธิที่ประชาชนมี อย่างการปราบปราม จับกุม ใช้กฎหมายสารพัดจัดการเหมือนเห็นประชาชนเป็นศัตรูแบบที่ทำอยู่ในเวลานี้ เกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจควรได้รับการฟื้นฟู ออกมาเดินดู มารับฟังประชาชนบ้างว่า วันนี้ ประชาชนเขามอง เขารู้สึกอย่างไรกับตำรวจ” พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุ

 

10 สถิติของ “ลิโอเนล เมสซี” กับ บาร์เซโลนา ภายหลังจากย้ายซบ PSG

ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะระดับซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนตินา ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกีฬาชนิดนี้

เกียรติยศในแง่รางวัลทั้งกับสโมสรและราวัลส่วนตัวนั้นมากมาย ซึ่งรวมถึงรางวัล บัลลงดอร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 6 สมัยด้วย

“เมสซี” จำต้องอำลาสโมสรไป แต่คงไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจเพราะเขาเดินออกมาในฐานะผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล พร้อมกับฝากความทรงจำและประวัติศาสตร์เอาไว้มากมาย ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็คงยากที่จะมีใครมาลบเลือนมันลงไปได้

นี่คือ 10 สถิติที่ ลิโอเนล เมสซี ฝากเอาไว้ใน คัมป์ นู แห่งนี้ หลังจากที่เข้าย้ายไปร่วมทีมใหม่อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นที่เรียบร้อย

1) ดาวซัลโวตลอดกาล: เมสซี เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของ บาร์เซโลนา ด้วยสถิติ 672 ประตู

2) ลงเล่นมากที่สุด: เขาลงเล่นให้สโมสร 778 นัด มากกว่าอันดับสอง ชาบี เอร์นานเดซ อยู่ถึง 11 นัด

3) ทำประตูได้มากที่สุดให้กับสโมสรเดียว: จำนวน 672 ประตูในทุกการแข่งขันของเขา นั้นมากกว่าใคร

4) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในฤดูกาลเดียวในทุกการแข่งขัน: ชาว อาร์เจนตินา ยิงได้ 73 ประตูในฤดูกาล 2011/12

5) ดาวซัลโว เอล กลาซิโก้: เมสซี ยิงประตูใส่ เรอัล มาดริด คู่แข่งตลอดกาลของพวงเขาได้ถึง 26 ประตู

6) แฮตทริคมากที่สุด: กองหน้ารายนี้ทำแฮตทริกได้ 48 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

7) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในปีปฏิทินเดียว: ในปี 2012 เขามีสถิติการทำประตูอันแสนอัศจรรย์ด้วยจำนวนรวม 91 ประตู ซึ่งไม่ใช่แค่สถิติของสโมสรเท่านั้น แต่ยังเป็นสถิติโลกลง กินเนสส์ บุ๊ค อีกด้วย

8) ประตูที่ทำได้มากที่สุดจากการยิงฟรีคิก: นักเตะวัย 34 ปีรายนี้ยิงได้ 50 ประตูจากฟรีคิก

9) ประตูในบ้านมากที่สุดเกมเหย้ามากที่สุดในฤดูกาลเดียว: เมสซี ฝากผลงานไว้ 46 ประตูที่ คัมป์ นู ในทุกการแข่งขันในฤดูกาล 2011/12 – ซึ่งมากที่สุดในหมู่ผู้เล่น บาร์เซโลนา

10) ประตูสูงสุดที่ทำได้ในรายการ โจน กัมเปร์: ด้วยจำนวนรวม 9 ประตู

งานผลิออกอีก! บาร์เซโลน่า กุมขมับในทันที “อเกวโร่” เจ็บต้องหยุดไม่มีกำหนด 3 เดือน

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่ที่ ลาลีกา สเปน จำเป็นต้องเจอกับข่าวไม่ดีสม่ำเสมอปัจจุบัน เซร์คิโอ อเกวโร่ แผงหน้าทีมชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่า ที่พึ่งจะย้ายมาร่วมทีมจำเป็นต้องโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก จากการรายงานของ 90min.com เว็บไซต์ดังในโลกลูกหนัง

โดย ตัวรุกฟ้าขาววัย 33 ปี พึ่งจะย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมแบบไร้คุณค่าตัวเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนประเดิมสนามในเกมฝึกซ้อมเจอกับ ยูเวนตุส แล้วได้รับบาดเจ็บซึ่งพื้นฐานทีมคาดว่าจำเป็นจะต้องใช้เวลาพัก 3-4 สัปดาห์

อย่างไรก็ดีผลสแกนจากทีมแพทย์เผยว่า เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเส้นเอ็นบริเวณน่อง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับในการรักษานานถึง 3 เดือน (ประมาณ 10 สัปดาห์) นั่นพอๆกับว่าเจ้าตัวจะฟิตกลับมาลงไปในสนามช่วยทีมได้จำเป็นต้องรอถึงตอนเดือนพฤศจิกายน อย่างยิ่งจริงๆ

สำหรับ บาร์เซโลน่า มีโปรแกรมหนักในตอนก่อนถึงเดือนพฤศจิกายน โดยจะมีอีกทั้งเกมที่จำเป็นต้องไปเยือน แอต.มาดริด, เยือน เรอัล มาดริด แถมในฤดูกาลนี้ทีมยังจำเป็นต้องมาเสีย ลิโอเนล เมสซี่ แผงหน้ากัปตันทีมคนเก่งข้างหลังเจอปัญหาทางการเงินอย่างมากไม่อาจจะต่อสัญญากับแข้งสำคัญได้ถึงแม้เจ้าตัวจะยอมลดค่าจ้างลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้วหลังจากนั้นก็ตาม

ด้าน โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมฟุตบอลเผยว่า “มันแย่ที่เขาได้รับบาดเจ็บในเช้าวันนี้ ก่อนหน้านี้ เขาฝึกได้ดี และก็เขาสามารถมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อทีมที่จะก้าวไปด้านหน้าไปกับเรา”

คนงามได้เฮ! ปีทองคำของ “ฮุยเทมา” วันเดอร์คิดสาวแคนาดาซิวทองคำโอลิมปิก

นับว่าเป็นปีทองคำของสาวสวยยอดนักฟุตบอลคนนี้จริงๆสำหรับ ยอร์ดีน ฮุยเทมา วันเดอร์คิดแม่เนื้อนิ่มทีมชาติแคนาดา

เมื่อปัจจุบัน แผงหน้าวัย 20 ปี ร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับทีมชาติบอลหญิงแคนาดา คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการชนะในช่วงดวลจุดโทษเหนือ ทีมชาติสวีเดน 3-2 ข้างหลังใน 120 นาทีเสมอกันแบบสุดสูสี 1-1

ซึ่งให้ย้อนไปก่อนหน้าโอลิมปิกจะเริ่ม ฮุยเทมาก็เพิ่งได้แชมป์บอลลีกหญิงของประเทศฝรั่งเศสกับต้นสังกัดอย่าง กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาแล้ว กล่าวได้ว่าบรรลุเป้าหมายใน 2 รายการใหญ่ด้านในฤดูเดียวกันไปเลย

สำหรับ สาวน้อยฮุยเทมา มั่นใจว่าแฟนกีฬาบอลคนไม่ใช่น้อยบางทีก็อาจจะพอเพียงรู้จักเธอ จากการที่เป็นหวานใจของ อัลฟอนโซ เดวีส์ ตัวริมเส้นสุดจี๊ดของ บาเยิร์น มิวนิค ดีกรีทีมชาติแคนาดา กล่าวได้ว่าตลอด 4 ปีที่ เดวีส์ และ ฮุยเทมา คบหากัน ทั้งคู่นับว่าเป็นคู่ชีวิตนักเตะระดับปรากฏการณ์ของชาวแคนาดาที่สื่อมวลชนมีความสนใจอย่างมาก

ต้อนรับอบอุ่น! “เอริคบวงสรวง” เข้ารายงานตัวกับอินเตอร์ฯ

คริสเตียน อิริคบวงสรวง กลับมารายงานตัวกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมพบหน้าเพื่อนพ้องๆในทีม รอคอยประเมินว่ากลับมาลงในสนามได้ไหม

คริสเตียน อิริคบวงสรวง เดินทางกลับมาพบหน้าเพื่อนพ้องๆใน อินเตอร์ มิลาน เป็นหนแรกนับจากที่เกิดภาวการณ์หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ก่อนจะเข้ารับการตรวจว่าเขาจะกลับมาลงในสนามได้ไหม

อินเตอร์ มิลาน คำชี้แจงรับรองการกลับมาของ เอริคบวงสรวง สู่ชมรมเป็นครั้งแรกนับจากเกิดเหตุการณ์ระทึก หัวใจหยุดเต้นระหว่างเกมยูโร 2020 ที่รับใช้ เดนมาร์ก ในเกมพบ ฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนที่ชมรม อย่างไรก็แล้วแต่ หลังจากนี้นักเตะจะกลับไปรักษาตัวต่อที่โคเปนเฮเก้นคำชี้แจงจากชมรมระบุ “อิริคบวงสรวง ที่ทักทายผู้จัดการทีม โค้ช เพื่อนพ้องร่วมทีมและก็สตาฟฟ์ทุกคนที่นั่น สบายดีและก็สภาพร่างกายกับจิตใจของเขาก็เหมาะสมที่สุด”

“อิริคบวงสรวง จะทำตามโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายจากที่แพทย์ชาวเดนมาร์กเสนอ ซึ่งพวกเขาจะรอประสานงานการรักษาที่จะตามมาและก็จะรอแจ้งข้อมูลให้ข้างแพทย์ของ อินเตอร์ ทราบ”

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา มีแถลงการณ์ว่า ในกรณีของ เอริคบวงสรวง อาจมิได้รับอนุญาตให้ลงเล่นฟุตบอลในอิตาลี ถ้าหากมีการฝังเครื่องกระตุกหัวใจในร่างกาย เพราะว่ากฎของฟุตบอลอิตาลีห้ามไม่ให้นักเตะที่มีเครื่องไม้เครื่องมือดังที่ได้กล่าวมาแล้วในตัวลงในสนาม แตกต่างจากลีกอื่นของยุโรป

ขอขอบคุณ

เจ้าของงานสุดบอบช้ำ! สเปน เชือด ประเทศญี่ปุ่น ยืดเวลา 1-0 ทะลุชิงทองลูกหนังโอลิมปิก

การประลองบอล โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง “ซามูไรบลู” ทีมชาติประเทศญี่ปุ่น เจอกับ “วัวกระทิงดุ” สเปน ที่สนามไซตามะ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2564

เริ่มเกมมาแค่เพียง 6 นาที สเปน แทบได้ทางออกนำ ดานี่ โอลโม่ ฉุดกระชากขึ้นทางด้านซ้ายก่อนเปิดเข้าจุดโทษบอลเลยไปถึง มิเกล เมริโน่ ได้โหม่งจ่อๆข้ามคานออกข้างหลังไป

นาทีที่ 11 เจ้าถิ่นแทบได้แบบเดียวกันจากจังหวะที่ ไดอิชิ ฮายาชิ ได้บอลหลุดเข้าจุดโทษก่อนซัดข้ามคานออกไป แม้กระนั้นจังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าย้อนไปว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว
นาทีที่ 31 ทีมเยี่ยมแทบได้อีกหนจากจังหวะที่ มิเกล โอยาร์ซาบัล ได้บอลในจุดโทษก่อนสับไกด้วยขวาบอลพุ่งโผบินข้ามคานออกข้างหลังไปอีก

นาทีที่ 42 “ซามูไรบลู” ได้สวนบ้าง ทาเคฟุสะ คุโบะ ฉุดกระชากบอลหลุดเข้าจุดโทษก่อนเปิดไปหน้าประตูให้ เรโอ ฮาตาเตะ ยิงจ่อๆติดแนวรับออกข้างหลังไป หมดครึ่งแรกยังเท่ากัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 51 เจ้าของบ้านได้โอกาสอีกหนจากจังหวะที่ เรโอ ฮาตาเตะ เก็บบอลได้หน้าจุดโทษก่อนไหลให้ ไดอิชิ ฮายาชิ ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างโชคร้ายนาทีที่ 56 เกมจำต้องหยุดด้วยเหตุว่าผู้ตัดสินเป่าจุดโทษให้กับ สเปน ข้างหลังมองว่า มายะ โยชิดะ ไปทิ่ม มิเกล เมริโน่ ล้มลง อย่างไรก็ตามหลังจากที่เช็ค VAR แล้ว ปรากฏว่า ปราการหลังประเทศญี่ปุ่น ทิ่มโดนบอลก่อน

นาทีที่ 76 “วัวกระทิงดุ” แทบได้ประตูแบบสุดๆเปดรี เปิดบอลไปแฉลบ อาโอะ ทานากะ บอลไปเข้าทาง ราฟา มีร์ ได้หลุดโดดเดี่ยวเข้าไปยิงด้วยขวาแม้กระนั้น วัวเซะ ทานิ ออกมาบล็อกไว้ได้ทัน

ด้านหลังเกม สเปน โหมบุกหนักแล้วก็แทบได้หลายครั้งจาก มิเกล โอยาร์ซาบัล แล้วก็ ราฟา มีร์ แม้กระนั้นก็ยังไม่สามารถส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ จบ 90 นาที เท่ากัน 0-0 จำต้องต่อเวลาพิเศษออกไป 120 นาที
นาทีที่ 115 สเปน มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ มิเกล โอยาร์ซาบัล จ่ายบอลเข้าจุดโทษให้ มาร์โก อเซนซิโอ้ กลับแล้วปั่นด้วยซ้ายทิ่มเสาสองเข้าไปเด็ดขาด

จบเกม สเปน เชือดเอาชนะ ประเทศญี่ปุ่น ไปได้ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงเหรียญทอง โดยจะไปพบกับ “แชมป์เก่า” ทีมชาติบราซิล ในวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม นี้

รายนามผู้เล่นของทั้งสองทีม
ประเทศญี่ปุ่น (4-2-3-1) : วัวเซะ ทานิ – ยูตะ นากายาม่า, วัว อิตาคุระ, มายะ โยชิดะ, ฮิโรกิ ซากาอิ – วาตารุ เอนโดะ, อาโอะ ทานากะ – เรโอ ฮาตาเตะ, ริตสึ โดอัน, ทาเคฟุสะ คุโบะ – ไดอิชิ ฮายาชิ
สเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน – มาร์ค เราเราเรย่า, เอริค การ์เซีย, เปา โคนร์เรส, ออสการ์ กิล – มิเกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, เปดรี – ดานี่ โอลโม่, ราฟา มีร์, มิเกล โอยาร์ซาบัล

ลีลล์ โค่น เปแอสเช 1-0 ซิวแชมป์ซูเปอร์ คัพ หนแรก

ลีลล์ โชว์ได้สมราคา แชมป์ ลีก เอิง ข้างหลังเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปได้ 1-0 ครอบครองแชมป์ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ไปครองเป็นสมัยเเรก

การแข่งขันฟุตบอล เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ที่สนามบลูมฟิลด์ สเตเดียม, เทล อาวีฟ (อิสราเอล) “ตราสุนัข” ลีลล์ แชมป์ ลีก เอิง ฝรั่งเศส ดวลเดือดกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เฟรนช์ คัพ

ลีลล์ แชมป์ลีก เอิง ส่งคู่หอกเก่ง โจนาธาน เดวิด กับ บูรัค ยิลมาซ ส่วน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เฟร้นช์ คัพ มี เมาโร อีการ์ดี้ ยืนหน้าเป้าผลปรากฏว่า ครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 45 ลีลล์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ บูรัค ยิลมาซ ส่งบอลให้ เชกา ตะบันด้วยขวาจากหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ก่อนที่จะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ช่วงหลัง เป็น เปแอสเช ที่ครองบอลได้มากกว่าอย่างได้ชัด กระทั่งนาทีที่ 71 เมาริสิโอ โปเชตติโน ต้องเปลี่ยนตัวส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม อดีตกาลมิดฟิลด์ลิเวอร์พูล ลงมาเพื่อหวังยกระดับเกมแดนกึ่งกลาง

แล้วนาทีที่ 74 เปแอสเช เกือบจะตีเสมอ จากจังหวะที่ เมาโร อิคาร์ดี ยิงเข้าไปแล้ว แม้กระนั้นโดนผู้ตัดสินจับล้ำหน้า

ช่วงเวลาที่เหลือเปแอสเช บากบั่นฝ่าใส่ ลีลล์ อย่างมาก แม้กระนั้นท้ายที่สุดก็เจาะเข้าไปทำแต้มมิได้ จบเกม ลีลล์ เป็นฝ่ายเอาชนะ 1-0 ครอบครองแชมป์ โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิย็องส์ หรือ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ในปีนี้ไปครอง ก่อนที่จะลีก เอิง ฤดูใหม่จะประเดิมในสุดสัปดาห์หน้า

นายใหม่หน้าเก่า! “อัลเลกรี” หวนคุมทีมกระทั่งถึง “โรนัลโด้” คือกำลังสำคัญ ยูเวนตุส

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ผู้จัดการทีมใหญ่ของสมาคม ยูเวนตุๆส ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ออกมายืนยันว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะยังคงค้าลำแข้งใน ตูริน ต่อไป ท่ามกลางข่าวซุบซิบประเด็นการย้ายกลุ่มก่อนข้อตกลงของเขาจะหมดลง ตามรายงานจาก แมนเชสเตอร์ อิฟนิงนิวส์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วตกเป็นข่าวสารเชื่อมโยงกับกองหน้าชาวโปรตุๆกีสมาตลอดช่วงซัมเมอร์ ภายหลังที่มีกล่าวว่าเจ้าตัวอาจจำเป็นต้องย้ายกลุ่มเพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางการคลังของกลุ่ม เบียงโคเนรี รวมทั้งผลงานที่ล้มเหลวจากฤดูกาลก่อน

อย่างไรก็ดี อัลเลกรี ซึ่งได้รับการตั้งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการทีมของ ยูเวนตุๆส เป็นคำรบสองได้ยืนยันผ่านสื่อว่า เขายังคงอยากเก็บ โรนัลโด้ เอาไว้กับกลุ่มต่อไป โดยได้มีการสนทนากับผู้ครอบครองรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัยเป็นที่เป็นระเบียบแล้ว

“โรนัลโด้ เป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่รวมทั้งเป็นคนฉลาด ผมได้คุยกับเขาเมื่อวานนี้ดังที่ทำกับคนอื่นๆผมบอกเขาว่านี่เป็นฤดูกาลที่สำคัญรวมทั้งผมดีอกดีใจที่ได้เจอกับเขาอีกที ในช่วงเวลานี้เขาจำเป็นต้องรับผิดชอบมากขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิม เพราะเหตุว่า 3 ปีให้หลังเราเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่มีนักเตะดาวรุ่งอยู่ในกลุ่มด้วย”

“ผมคาดหวังไว้มากกับเขาในเรื่องของความรับผิดชอบ เขามีสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมรวมทั้งฟิตมาก มันมีขณะที่ต่างกันออกไปในหนึ่งซีซัน เราจำเป็นต้องลงเล่นหนึ่งเกมในทุกๆสามวัน ผมก็เลยจำเป็นจะต้องหมุนเวียนนักฟุตบอล รวมทั้งให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมด้วย” อัลเลกรี กล่าว